Friday, May 16, 2008

คนรู้ "ไม่จริง"

ขำก็ขำ รำคาญก็รำคาญ กับ คนรู้ไม่จริง

คนรู้ไม่จริง กับ คนไม่รู้จริง นี่ต่างกันนะครับ

คนไม่รู้จริง แม้จะเถียงไปข้างๆคูๆ ก็ยังพอให้อภัย เพราะ ไม่รู้จริงๆ แม้จะน่าหมั่นใส้อยู่บ้าง

แต่ คนรู้ไม่จริง นี่แหละ ที่ผมบอกว่า น่ารำคาญ

เรื่องการบริหารสหกรณ์ ผมไม่กล้าคุยอวดหรอกครับว่า เก่งกล้าสามารถ
แต่เมื่ออาสาเข้ามาแล้วก็ต้อง ทำ ครับ ไม่มัวแต่ คุย ไม่มัวแต่ โจมตี
ผมถึงเคยละเมอไว้แต่ตอนแรกๆไงครับว่า กรรมการสหกรณ์ไม่ใช่นักการเมือง

ใครที่เรียกร้องให้สมาชิกทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันนั้น

สมาชิกย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันนะครับ ไม่ว่าจะมีหุ้นเท่าไร ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไร
แต่สิทธิใน การกู้เงิน ย่อมไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพทางการเงินของแต่ละคน

คนค้ำประกันที่ค้ำ 6 คน วงเงิน 1.2 ล้าน บาท รับผิดชอบจริงคนละ 200,000 บาท
(แต่ทางกฎหมายต้องรับทั้ง 1.2 ล้าน บาทนั่นแหละครับ)

คนค้ำประกันที่ค้ำ 3 คน วงเงิน 600,000 บาท ก็รับผิดชอบจริง คนละ 200,000 บาท
(แต่ทางกฎหมายต้องรับทั้ง 600,000 บาทเช่นกัน)

ไม่ใช่ปล่อยให้ค้ำ 3 คน ในวงเงิน 1.2 ล้านบาท แล้วคนค้ำต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้น

สิทธิในการค้ำกับการกู้เป็นคนละเรื่องกัน

คนที่เรียกร้องให้สมาชิกเท่ากัน เรียกว่า รู้ไม่จริง ครับ
แถมยังพยายาม จับแพะชนแกะ ให้คนไม่รู้พลอยสับสน

การช่วยเหลือกันละหว่างสมาชิกจึงเป็น หัวใจของสหกรณ์
เมื่อสมาชิกส่วนหนึ่ง บังเอิญพลาดไป เป็นหนี้เป็นสินชนิดที่เรียกว่า หนี้ท่วมหัว ยังมีคนมาบอกว่าไม่ควรช่วย ไม่ช่วยวันนี้จะช่วยตอนไหน

แล้วทำไมคนไม่มีหนี้จึงไม่ให้กู้ในวงเงินสูงๆ
ไม่ใช่ไม่ให้กู้ แต่เราเปิดวงเงินกู้ วัตถุประสงค์เฉพาะ ให้มากขึ้น
มีให้ทั้ง กู้การเคหะ กู้เพื่อซื้อรถยนต์ กู้เพื่อซื้อรถจักรยานยนต์ กู้เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ กู้เพื่อการศึกษา กู้เพื่อติดตั้งถังแก้ส กู้เพื่อซื้อสินค้า กู้เพื่อทัศนศึกษา ใครอยากกู้เพื่ออะไรก็กู้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ไม่ได้บังคับให้กู้ แต่ก็ไม่ใช่อิสระชนิดไม่มีปัญญาจ่าย ตอกเบี้ยทุกรายการของกู้วัตถุประสงค์เฉพาะ ถูกกว่ากู้สามัญ แล้วจะกู้สามัญไปเพื่ออะไร

เรียกร้องอย่างนี้ เรียกว่า รู้ไม่จริง

แถมเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง สักนิดนะครับ

ที่ว่า เศรษฐกิจพอเพียงมีหลักการ 3 ประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และ ความมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว

หมายความว่า ต้องรู้จักพอประมาณ(Moderation) คือ ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

และการพอประมาณนั้นต้อง มีเหตุผล(Reasonableness) คือ การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงเหตุปัจจัยและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ

และหากเกิดความจำเป็นขึ้นมาจากการทำตนแบบพอประมาณนั้นจะต้อง มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว(Self Immunity) คือ การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

ทั้งนี้ต้องอยู่บนเงื่อนไข ความรู้(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) และ คุณธรรม(ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน สติปัญญา แบ่งปัน)

การพอเพียง จึงเป็นการพอเพียงตามสภาวะปัจจัยของแต่ละบุคคลแต่ละครอบครัว ที่ได้ทบทวนไตร่ตรองแล้ว

ผมเองก็ไม่รู้จริงนักกับเรื่องนี้ ก็ต้องเปิด short note ฉะนั้นก็ไม่บังอาจไปต่อว่าคนอื่นหรอกครับว่า ไม่รู้จักเศรษฐกิจพอเพียง

เพียงแต่ รำคาญ กับคน ไม่รู้จริง ก็เลยเก็บเอามา ละเมอ

แถมครั้งนี้ ละเมอหัวเราะเสียด้วย 55555

No comments: